วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แสงสีออร่า (ตอนที่ ๑ )
มีความหมายดังนี้     



แสงเรืองสี ที่มนุษย์เรียกว่า แสงออร่า ( aura )หรือการเปล่งรังสีแสง
หรือรัศมีเรืองรองบางอย่างออกมารอบตัวเอง อาจจะเป็นแสงเรืองสีต่างๆ กัน
ซึ่งตาเปล่าไม่สามารถมองเห็น หรือเป็นรังสีที่ตาเปล่าไม่สามารถมองเห็นได้
แต่สามารถมองเห็นได้ ด้วย ทางพุทธศาสนา เรียกว่าทิพย์จักษุ
ก็ได้ ซึ่งสิ่งนี้อาจจะได้มาจากการ

ตามทฤษฎี ของ ดร. แนนตัวร์ โฟตัวร์ นักจิตวิทยาผู้หนึ่ง ได้อธิบายไว้ว่า
พวกนักบุญ หรือ ผู้ชำนาญการทางศาสนาทางตะวันตก ได้จำแนก
ลักษณะของแสงออร่า ประกอบด้วย 4 ประเภท ดังนี้

๑.แบบ นิมบัส
( Nimbus )คือ แบบที่มีการแผ่รังสีออกมา
ในลักษณะ
รังสีทรงกลด จะเป็นรัศมีทรงกลดเหนือศีรษะ

๒.แบบ ฮาโล
( Halo )คือ แบบที่มีการแผ่รังสีออกมาในลักษณะ
รังสีวงเหลว
จะเป็นรัศมีแผ่ออกมา รอบศีรษะ
๓.แบบ ออริโอลา
( Aureola )คือ แบบที่มีการแผ่รังสีออกมา
ในลักษณะ
รังสีเปลวเพลิงทรงกลด

๔.แบบ กลอรี
( Glory)คือ แบบที่มีการแผ่รังสีออกมาในลักษณะ
  แสงเรืองรองเปล่งปลั่งแผ่ออกมารอบร่างกาย ส่วนมากบุคคล
ทีมีแสงลักษณะดังกล่าวนี้
มักเป็นคนมีบุญวาสนาสสูงส่งมาก
หรือไม่ จะเป็นบุคคลที่เป็นพระศาสดาผู้บรรลุธรรมบารมีชั้นสูง





ปฏิบัติธรรม หรือติดตัวแต่ละบุคคลมาแต่ในอดีตชาติ จากการสะสมบุญ
หรือ บำเพ็ญเพียรภาวนา
ได้มาแล้วจากอดีต
การเปล่งรังสีเหล่านี้
มีความเข้มข้น แตกต่างกันไป แล้วแต่ในแต่ละบุคคล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะปรากฏเข้มข้นเฉิดฉายมากในบุคคลที่มี
พัฒนาการทางจิตอย่างสูง
และรองลงมาจะมีรังสีแจ่มกระจ่าง
ในบุคคลที่มีจิตใจ
อยู่ในสภาวะปิติเบิกบานอยู่เสมอๆ

ปรากฏการณ์ แสงออร่า จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางจิต
วิญญาณ เสียเป็นส่วนใหญ่


ความหมายของออร่าในแต่ละสี
๑. สีชมพูหมายถึง พลังที่แจ่มใส เต็มไปด้วยความรัก อารมณ์ขัน
ถ่อมตน
และสามารถปลอบประโลมผู้อื่นได้
โรแมนติก มักจะพบในเด็ก
และผู้ใหญ่
ที่มีจิตใจดีมีเมตตาต่อเพื่อมนุษย์ หญิงมีครรภ์ ก็มีสีชมพูออก
มามาก
เช่นกัน ข้อเสียของคนที่มีแสงสีนี้ คือ มักจะเป็นคนโลเล

. สีแดง หมายถึง เต็มไปด้วยพลังงาน มีความทะเยอทะยาน มีความกระฉับกระเฉง
และพลังทางเพศ อารมณ์
รุนแรง ถ้าในร่างกายมีสีแดงสด แสดงว่า
มีความภาคภูมิใจ
และทะเยอทะยานทางที่ถูกที่ควร แต่ถ้าเป็น สีแดงขุ่น
เป็นบุคคลที่มีจิตใจโหดร้าย

๓. สีส้มหรือสีแสด หมายถึง มีความกระฉับกระเฉงว่องไว มีความสุข
สุขภาพเต็มไปด้วยพลัง
บุคคลที่มีแสงสีนี้มากไป จะกลายเป็นเย่อหยิ่ง
สีนี้ยังเป็นสีที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ
แต่ถ้าสีส้มมัวหม่น
หรือส้ม
ออกปนน้ำตาล แสดงว่า สติปัญญาต่ำ ถ้าสีส้มแดงมากเกินไป

เป็นบุคคลเย่อหยิ่ง อวดฉลาด เป็นต้น
๔. สีเหลือง หมายถึง สีที่มองเห็นง่ายที่สุดในออร่า เป็นสีของความฉลาด
มีความเมตตากรุณา
มองโลกในแง่ดี รักเพื่อมนุษย์ นอกจากนี้เป็นสีของ
ภูมิคุ้มกันโรค สีเหลืองส้มแดง บุคคลนั้น
มีความฉลาดปลาดเปรื่อง
สีเหลืองขุ่นข้น บุคคลนั้นมีความอิจฉาริษยา หรือความคลางแคลงใจ

๕. สีเขียว หมายถึง สีของจิตใจที่มีความละเอียดอ่อน มีความเข้าใจผู้อื่น
นอกจากนั้นเป็นสีของความรัก
การเปลี่ยนแปลง การรักษาโรค ความสนใจ
ในการใช้มือ และยังเป็นสีที่แสดงความสมดุล สีเขียวสดใส
แสดงว่าเป็นบุคคล
ปรับตัวเก่งในสังคม ใจดี ชอบอิสระ ถ้าเป็นสีเขียวมืด เป็นบุคคลที่ชอบคดโกงอิจฉาริษยา
สีเขียวอมฟ้า บุคคลที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นไว้วางใจได้ เข้าอกเข้าใจ
ผู้อื่น และยังแสดงถึงความสามารถในการรักษาโรค ส่วนสีเขียวขี้ม้า
เป็นบุคคลชอบหลอกลวงผู้อื่น ตระหนี่ เป็นต้น

๖. สีน้ำเงิน หมายถึง สีของความสงบและสัจจะ เป็นสีของการสื่อสารพลังจิต
ความฉลาด ความมีอุดมคติ
สามารถยืนหยัดด้วยตัวเอง ความขยันขันแข็ง
และความสำเร็จ ความเชื่อมั่นในตนเองและความซื่อตรง
จริงใจและชอบ
ช่วยเหลือผู้อื่น หรือเป็นบุคคลสมถะ แต่อารมณ์หงุดหงิดง่าย
สีน้ำเงินขุ่น
แสดงว่า
บุคคลนั้นทัศนวิสัยถูกปิดกั้น เป็นบุคคลวิตกกังวลบ่อย
หรือหลงลืมบ่อย
เป็นต้น

๗. สีคราม หมายถึง สีของพลังจิต สัมผัสที่ 6 โทรจิต มีความฉลาดล้ำลึก
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
มีความจริงใจ
เป็นบุคคลชอบค้นหาสัจจะธรรมความจริง
ของชีวิต

๘. สีม่วง หมายถึง บุคคลที่จิตใจละเอียดอ่อน เป็นตัวของตัวเอง มีสัมผัสที่ 6 ของทางสมาธิ

 และมีความโน้มเอียงในทางศาสนา ชอบเรื่องลี้ลับ คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีสีนี้ผู้ที่มีสีนี้
มักจะมีพลังจิตสูง แต่อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับ
บริเวณท้อง เนื่องจากจักระช่วงบนพัฒนาล้ำหน้า
จักระช่วงล่าง

๙. สีน้ำตาล หมายถึง สีที่แสดงถึงความคิดแคบๆ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
เห็นแก่ตัว
ชอบคุยแต่เรื่องของตนเอง เป็นคนน่าเบื่อ สีน้ำตาล
ยังเป็นสีของจักระ พลังธรณี และอดีตที่ผ่านมา เป็นสีของความขยัน
ขันแข็ง ความมีระเบียบ และมุ่งมั่นที่จะให้สู่จุดหมายและความสำเร็จ


๑๐.
สีดำ หมายถึง การสิ้นสุดของสถานการณ์หนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้สถานการณ์ใหม่เข้ามา
คือการเกิดใหม่
หรือความล่าช้าก็ได้ สุขภาพมีโรคภัยไข้เจ็บเรื้อรังการปกป้องตัวเองจาก
พลังภายนอก หรือผู้นั้นอาจจะมี
ความลับ ถ้าสีดำเกิดปะปนอยู่ในสีอื่นๆ

เช่น ผสมอยู่กับสีแดง บุคคลนั้นมีความโกรธ เกลียด อาฆาต พยาบาท ผสมสีเหลือง บุคคลนั้น
มีความคิดชั่วร้าย ผสมสีเขียว บุคคลนั้นมีความคิดหักหลัง
และริษยา

๑๑.สีขาว หมายถึง แสงสีที่มีความสมดุล และสมบูรณ์มากที่สุด
จะปรากฎกับพวกนักบุญ
พระภิกษุ หรือผู้ผึกสมาธิวิปัสนากรรมฐาน
อย่างสม่ำเสมอ ถ้าปรากฎเป็นเส้นแสงสีขาว
ผ่านเข้ามาในแสง
คือ
การได้รับข่าวสารจากมิติอื่นเข้ามา พวกที่เป็นคนทรง มีจะมีสีขาว

เข้ามาในระหว่างการเข้าทรง ผู้ที่มีสีขาวปรากฎในออร่า จะพบว่า
มีการชำระล่างร่างกาย
และฟอกจิตใจให้ขาวบริสุทธิ์ บุคคลที่มีความคิด

ริเริ่มสร้างสรรค์และบริสุทธิ์
๑๒. สีน้ำเงิน หมายถึง แรงบันดาลใจ หรือข่าวสารข้อมูลจาก

โลกวิญญาณ หรือจากมิติอื่น
๑๓. สีทอง หมายถึง พลังจักรวาลหรือพลังจากองค์เทพที่เข้ามา

ช่วยถ่ายโรคออกจากร่างกาย
๑๔. สีเทา หมายถึง พวกขาดจินตนาการ ความคิดล้าสมัย หัวโบราณ

 ยึดถือความคิดตนเป็นใหญ่ เจ้าระเบียบ เป็นสีเทามืด แสดงถึงอารมณ์ที่เหี่ยวเฉา
จิตใจสลดหดหู่ บุคคลพวกนี้มักจะว้าเหว่
มีสีนี้ในสีอื่น แสดงว่า
มีความคิด
ในแง่ลบ ได้แก่ ความเกลียด เคลียดแค้น หรือแม้แต่ บุคคลเหล่านี้
อาจเป็นฆาตกรได้

 สีเทาค่อนไปทางสีน้ำเงิน แสดงถึงสมองซีกขวา
ได้รับการกระตุ้นก่อให้เกิด
จินตนาการและสัมผัสที่ ๖

สีที่ไม่ค่อยปรากฎอยู่ด้วยกัน คือ สีน้ำเงินกับสีแสด ถ้าผู้ใดมีสองสีนี้ อยู่ด้วยกัน
จะเป็นบุคคล
ที่น่าอิจฉา เพราะสีน้ำเงินแสดงถึงความสงบ ส่วนสีแดงแสดงถึงความสุข
ถ้ารวมกันก็คือ บุคคลนั้นจะมีแต่ความสงบสุขทางจิตใจ ส่วนใหญ่
จะพบในเด็กที่อายุต่ำกว่า ๘ ขวบ และในผู้ใหญ่บางรายที่รักษาโรคด้วย
พลังจิต
พวกนี้มักจะมีความสมดุลทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้มี ๒ สี
นี้ปรากฎในสีของออร่า


รื่องราว เกี่ยวกับแสงออร่ามิใช่มีอยู่เฉพาะทางซีกโลกตะวันตกเท่านั้น
หากทางโลกซีกตะวันออก
อย่างประเทศไทย ของพวกเรานั้น
ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่าทางซีกโลกตะวันตกเสียอีก
จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเข้าญาณ
( Theosophists )

ของทางซีกโลกตะวันออก ได้จำแนกลักษณะ ของรังสีแสงออร่า

มนุษย์ไว้ ๕ ลักษณะ ดังนี้
๑. สุขภาวะรังสี ( Health aura )
๒. กรรมรังสี ( Karmic aura)
๓. ชีวรังสี ( Vital aura )
๔. บุคคลลักษณะรังสี ( Aura of Character )
๕. วิญญาณรังสี ( Aura of Spiritual nature )
นอกจากนี้ยังระบุไว้อีกด้วยว่า สีสันของแสงออร่า จะเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะอารมณ์ เช่น
สีแสด ส้ม เป็นสีที่บ่งบอก ถึงจิตที่มีสภาะอารมณ์โกรธ หรือ เกลียดชัง และถูกกดดัน
สีแดงเข้มคล้ำ
จะเกิดขึ้น เมื่ออารมณ์ขุ่นข้องหมองใจ อยู่ในโทสะจริต หรือกำลังลุ่มหลง
ด้วยความโลภ และราคะ
สีน้ำตาล จะเกิดขึ้น เมื่ออารมณ์ตระหนี่ หรือหึงหวง สีแดงดอกกุหลาบเกิดขึ้น เมื่ออยู่ในอารมณ์ความรัก ความใคร่ทางกามรมณ์
สีเหลืองจะเกิดขึ้น เมื่อมีอารมณ์เป็นกลาง หรือในขณะใช้ความคิดทางสติปัญญญา

สีม่วงจะเกิดขึ้น เมื่อเกิดอารมณ์สงบ วิเวก สีน้ำเงินจะเกิดขึ้น
เมื่อปรากฏจิตศรัทธาและเชื่อมั่นในรสพระธรรม










มนุษย์ทุกคน ย่อมมีความอยากรู้ว่า ตนเองมีสีแสงออร่าใดเป็นพื้นฐาน น้อยคนนักที่จะเห็น
ได้ด้วยตัวเอง หากคุณยังไม่สามารถวิปัสนากรรมฐาน และได้ทิพย์จักขุ จากการปฎิบัติ 
แต่เราจะทราบได้อย่างไรใน เมื่อแสงออร่าเต็มไปด้วยสีสัน แต่ถ้าคุณมองแสงออร่าทั้งหมดแล้ว
 จะเห็นได้ว่า เมื่อมีแสงสีใดสีหนึ่งเด่นชัดที่สุด ในแสงที่ปรากฏอยู่ ( แล้วมีสีอื่นมาเจือปน
 สีนี้เป็นสีพื้นฐานของออร่า เป็นสีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดชีวิต มักจะบ่งบอกถึงศักยภาพ 
ของตัวคุณเอง ว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร เพื่อนำเอาศักยภาพนี้ มาสร้างความสำเร็จและความสุข
ให้กับชีวิตของตัวคุณเอง การคำนวนพื้นฐานสีของออร่า ในตัวคุณสามารถทำได้อย่างไร
 ถ้าคุณยังไม่สามารถเห็นแสงสี ออร่าของตัวคุณเอง คุณจะทราบได้อย่างไร
ว่าคุณมีแสงออร่าพื้นฐานสีอย่างไร ดังนั้นเราจะแนะนำการคำนวนหาแสงสีออร่า
ในตัวคุณอย่างง่ายจากการคำนวนดังกล่าว และผลที่ออกมาสามารถเชื่อถือได้พอสมควร

                                  วิธีการคำนวนแสงสีออร่าขั้นพื้นฐาน
นำวัน เดือน ปี ค.ศ. ที่เกิดมาบวกกัน ปีนี้ต้องเป็นปี ค.ศ. เท่านั้น ถ้าคุณไม่ทราบว่าคุณเกิด ปี ค.ศ. เท่าไร ก็ให้เอา ๕๔๓ ไปลบออก จากปี พ.ศ. ที่คุณเกิด จะได้ปี ค.ศ. ที่คุณต้องการ
เช่น พ.ศ. ๒๕๑๔ เอา ๕๔๓ ไปลบออก จะได้ปี ค.ศ. ๑๙๗๑
สมมุติว่า คุณเกิดวันที่ ๒๙ เดือน มีนาคม ค.ศ. ๑๙๗๑
ก็เอาตัวเลขทั้งหมดมาบวกรวมกัน ให้ได้ผลลัพธ์เป็นตัวเลขตัวเดียวดังนี้
(เอาเลขวันเกิด + เดือนเกิด = ได้จำนวนเท่าไร ) + ( ปีที่เกิด ค.ศ. )
( ๒๙+= ๓๒) + ( ๑๙๗๑) = ๒๐๐๓
นำตัวเลขดังกล่าว มาบวกกันทั้งหมด ( ++๐ + ) =
ดังนั้นสีพื้นฐานออร่า เป็นเลข ๕ สีน้ำเงิน นำมาเปรียบเทียบกับ
แสงสีออร่าข้างล่างนี้


ความหมายสีของออร่า

๑. สีแดง สีแห่งศักยภาพ ความเป็นผู้นำ มีความกระตือรือร้น
เต็มไปด้วยพลังงาน
มีความกระฉับกระเฉง มีเสน่ห์
สามารถพูดจา
โน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้ดี มีความสนุกสนาน
โอบอ้อมอารี
กล้าหาญ ทะเยอทะยาน มองโลกในแง่ดี
ชอบการแข่งขัน
เป็นสีซึ่งนำมา
ซึ่งความสำเร็จ คุณควรหาอะไรทำท้ายความสามารถ
ต้องพิจารณาให้ได้ตาม
ความเหมาะสม

- ข้อเสีย มักจะขี้กังวล ตื่นตระหนก และอาจหลงตัวเอง รวมทั้งอาจ
จะบ้างานจนเครียด
ควรจะหาเวลา พักผ่อนคลายคลียด

๒. สีสัม , สีแสด สีแห่งศักยภาพ ความมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
คุณเป็นคนอบอุ่น น่าคบหาสมาคม
เข้ากับคนอื่นได้
ง่าย
ชอบเป็นที่ปรึกษาให้ใครต่อใคร ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
และทำตัวให้เป็นประโยชน์
อยู่เสมอ มีจิตใจเป็น
สมถะ
ชอบปิดทองหลังพระ
คุณควรคบกับคนที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน
ไม่งั้นคนอื่นจะเอาเปรียบคุณ
- ข้อเสีย ขี้เกียจ ใจน้อย มักถูกคนเอาเปรียบ
๓. สีเหลือง สีแห่งศักยภาพ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ฉลาด
คุณเป็นคนคิดอะไรรวดเร็ว
มีความกระตือรือร้น อยู่เสมอเข้าสังคมง่าย
ปรับตัวเก่ง ชอบคุยถกเถียงปัญหา ชอบเรียนรู้
และทำอะไรหลายๆ อย่าง
ในเวลาเดียวกัน
มีพรสวรรค์ด้านการพูด งานที่ทำควรเกี่ยวกับ
การพูด
เป็นสื่อ เช่น ครูเซลล์แมน นักการฑูต ที่ปรึกษา หรืองาน
อาชีพที่ต้อง
ใช้การพูดเป็นหลัก
เป็นคนฉลาดหลักแหลม และเรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว

- ข้อเสีย จับจด ขี้อาย โกหกเก่ง
๔. สีเขียว สีแห่งศักยภาพ สีเขียวเป็นสีแห่งการรักษาโรค เป็นคนรักสงบ
ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จิตใจดี มีพลังจิตไว้วางใจได้ คุณอาจจะมีลักษณะ
ภายนอกหงิม ๆ
หรือเรียบง่าย แต่ส่วนลึกๆ เป็นคนดื้อเงียบ
คุณเป็นพวกนักเอา
เบาสู้

- ข้อเสีย ดื้อรั้น ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

. สีน้ำเงิน สีแห่งศักยภาพ สามารถทำได้ทุกอย่าง คุณเป็นพวกมองโลก
ในแง่ดี
แม้ชีวิตจะลุ่ม ๆ ดอน ๆ ไปบ้างแต่ยังยิ้มสู้เสมอ แสงสีออร่าของคุณ
จึงกว้าง
และสว่างไสวเสมอ ทำให้กระชุ่มกระชวย ดูอ่อนกว่าวัย
คุณมี ความจริงใจ ซื่อสัตย์ ปากกับใจตรงกัน รักการผจญภัย มีความคิด
สร้างสรรค์ และมีจินตนาการชอบพบปะผู้คน
และสนใจการแลก
เปลี่ยนวัฒนธรรม มีพรสวรรค์หลายๆ ด้าน

- ข้อเสีย ชอบทำงานหลายๆ อย่างในคราวเดียวกัน
จึงกลายเป็นคนจับจด
ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างเดียว

นอกจากนั้นยังเป็นพวกชีพจรรองเท้า และขาดความอดทนด้วย

๖. สีคราม สีแห่งศักยภาพ มีความรับผิดชอบสูง คุณชอบงานด้านสังคมสงเคราะห์
ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ชอบ
รับผิดชอบงานด้านจิตใจโอบอ้อมอารี
เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ ไม่เห็นแก่ตัว

- ข้อเสีย เป็นคนปฏิเสธใครไม่เป็น ควรหาเวลาเป็นตัวของตัวเองบ้าง
มีมาตรฐานการทำงานสูง
จึงหมัก หงุดหงิดกับอะไรๆ
  ที่ไม่ได้มาตรฐานของตนเอง
๗. สีม่วง สีแห่งศักยภาพ ฉลาดล้ำลึก และสันโดษ คุณมีจิตใจละเอียดอ่อน
 สนใจในศาสตร์ลึบลับ จนบางครั้งดู เหมือนเป็นคนลึกลับ
คุณมีประสาทสัมผัสที่ ๖
รักสันโดษจนดูเหมือนจะเข้ากับใครไม่ได้

- ข้อเสีย มักดูถูกความคิดผู้อื่น และเก็บความรู้สึกส่วนตัวมากเกินไป
. สีชมพู สีแห่งศักยภาพ นักบริหาร นักธุรกิจ คุณมีความตั้งใจจริง
 ต่ค่อนข้างดื้อรั้น วางมาตรฐานตัวเองไว้สูงมีความเด็ดเดี่ยว และมุ่งมั่นที่
จะให้บรรลุเป้าหมายและความสำเร็จ อาชีพของคุณจึงต้องเกี่ยวกับ
การบริหาร
และความรับผิดชอบ ในส่วนลึกเป็นคนโรแมนติค
และอ่อนน้อมถ่อมตน
รักความสงบมีเมตตา ในขณะ
เดียวกัน
จะยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่ยอมท้อถอย
ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก

- ข้อเสีย มุ่งงานมากเกินไปจนเกิดความเครียด
  ควรหางานอดิเรกคลายเคลียดบ้าง
๙. สีเหลืองทอง สีแห่งศักยภาพ นักสังคมสงเคราะห์
คุณเป็นคนอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นทั้งนักปราชญ์
และเป็นคนมีคุณธรรมเต็มเปี่ยม คุณเป็นคนมีความสุขมากที่สุด
  เมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผล
ตอบแทน
เป็นคนมีความสุขและมองโลกในแง่ดี

หมายเหตุ ข้าพเจ้าไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมแสงสีออร่าที่ ๑๐
จึงไม่มีคำตอบ
จากการค้นคว้า หาความรู้ ข้าพเจ้าจึงขออนุญาต
(
ยกเว้นสีที่ ๑๐ ไว้จากข้อมูลอ้างอิง การคำนวนของแสงสีออร่า )
๑๑. สีเงิน สีแห่งศักยภาพ นักอุดมคติ มีประสาทสัมผัสที่ ๖ มีศักยภาพสูง
ในหลายๆ ด้าน
เต็มไปด้วยความคิด
แปลกใหม่ ชอบฝันหวาน แต่คุณมัก
จะฝันมากกว่าลงมือทำจริงๆ
เป็นคนซื่อสัตย์ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง

มองโลกในแง่ดี ถ้าคุณมุมานะสร้างความฝันให้เป็นจริง
  คุณจะไปได้ไกลมากทีเดียว
- ข้อเสีย เกียจคร้าน และบางครั้งเครียดจนใครๆ ไม่กล้าเข้าใกล้
ควรหาเวลาพักผ่อน
ฝึกสมาธิ หรือโยคะ

๑๒. สีทอง สีแห่งศักยภาพ ไม่จำกัดขอบเขต คุณสามารถทำเรื่องใหญ่
ให้กลายเป็นเรื่องเล็กๆ
คุณจะประสบ ผลสำเร็จเกือบทุกเรื่อง
เป็นคนมีเสน่ห์ สามารถทำงานและไม่ย่อท้อ
 มีเป้าหมายในการทำงานที่แน่นอนมีอุดมคติ และมีความสามารถสูง มีความเป็นผู้นำ
และสามารถโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้
อนึ่ง วิธีการคำนวน แสงสีออร่าพื้นฐานนี้ ไม่ได้ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พอจะเชื่อได้พอสมควร
แสงสีของออร่านั้น นอกจากมองด้วยตาเปล่าแล้ว ยังสามารถมองด้วยจิต สีที่ปรากฎมักจะแสดงถึงโรคหรือปัญหาการรักษาโรค ด้วยวิธีการสัมผัสแสง เวลาสัมผัสจะมีทั้งสีและภาพปรากฎขึ้น สีและภาพนี้
แม้ผู้สัมผัสผู้ทำการรักษาจะเห็นแสง แต่ผู้ถูกรักษาอาจจะไม่เห็นแสง
เพราะต้องอาศัย
พลังจิตหรือญาน
เท่านั้น ดังนั้นผู้ทำการรักษาจะเป็น
ผู้บอกอาการ และวิธีรักษา
ปัจจุบันนี้ก็มีแพทย์ทางเลือกใหม่
ทาง
ด้านพลังจิตเพื่อใช้การรักษาโรค กับผู้ที่ต้องการรักษา
กับท่านเหล่านั้น เป็นต้น

ตัวอย่างแสงสีออร่า


















1 ความคิดเห็น:

Kwanpat Arnutphongchai กล่าวว่า...

สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจเรื่องแสงสีออร่าสามารถอ่าน
เพื่อช่วยให้ทุกท่านรู้จักตัวเองมากขึ้น