วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ขั้นตอนของการเข้าสู่พระกรรมฐาน

ต้องกราบไหว้ครูบาอาจารย์ก่อน
เพื่อฝากจิตฝากใจให้กับท่าน
ครูบาอาจารย์สิ่งศักดิืสิทธิ์
ให้คุ้มครองผู้ปฏิบัติเริ่มฝึกกรรมฐาน
เรียกว่าพีธีปลูกศรัทธาเบื้องต้น
โบราจารย์ท่านเรียกพิธีนี้ว่า
คือจัดยกครูนั่นเอง

ซึ่งประกอบด้วย

เทียนขี้ผึ้งห้าคู่ ดอกไม้ขาวห้าคู่ เรียกว่าขันธ์ห้า
เทียนขี้ผึ้งแปดคู่ ดอกไม้ขาวแปดคู่ เรียกว่าขันธ์แปด
เทียนขี้ผึ่งคู่หนึ่ง หนักเล่มล่ะ ๑ บาท ดอกไม้ขาวเท่ากับเทียน























ซึ่งบางแห่งครูบาอาจารย์จะให้ยกพานครู
แบบใดแล้ว แต่ครูบาอาจารย์ท่านนั้นๆ

เช่น เครื่องสักการะพระรัตนตรัย
ดอกไม้ ๓ สี ธูปเทียน เงิน ๙ บาท เป็นต้น

ส่วนดอกไม้ธูปเทียนให้นำไปบูชาพระ
และนำเงินบูชาครูไปทำบุญใส่บาตร
หากไม่มีดอกไม้ ธูปเทียนเงินบูชาครู
และการขึ้นครู ให้รีบทำภายใน ๓ วัน
ไปทำบุญใส่บาตร หากพ้นจาก ๓ วัน
แล้วยังไม่บูชาครูอีกจะมีอาการป่วย
ให้รีบขอขมาพระรัตนตรัย และครูบาอาจารย์
รีบนำเงินไปใส่บาตรจึงจะหายป่วย

เหตุผลที่ต้องมีการไหว้ครูบาอาจารย์

๑. พระท่านสั่งลงมาให้ทำ
๒. เป็นเครื่องแสดงยอมรับนับถือให้แรงครู ส่งลงมาคุ้มครองศิษย์ได้
( ทั้งที่มีกายเนื้อและไม่มีกายเนื้อผู้ประสิทธิ์ประสาทสืบต่อกันมา)
๓.เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในวิชชาและชีวิตของศิษย์นั่นเอง

แล้วอาราธนาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สิ่งศักดิสิทธิ์ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย
ขอพระบารมีกัมมัฏฐานทั้ง ๔๐ ทัศ
ให้เข้ามาอยู่ในขันธสันดานของข้าพเจ้า
ในกาลบัดนี้เทอญ หลังจากนั้น จึงเริ่ม
เข้าสู่การเรียนพระกัมมัฏฐาน

คำขอขมาต่อพระรัตนตรัย
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ )

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขมามิ ภันเต ฯ
หากข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วง
เกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าๆ ทุกพระองค์
พระปัจเจกพุทธทุกๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย
ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ด้วยทางกายหรือวาจาใจก็ดี และด้วยเจตนาก็ดี
หรือไม่มีเจตนาก็ดี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี


ขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ และพระปัจเจกเจ้า
ทุกพระองค์ พระธรรมและพระอริยสงฆ์ทั้งหลายและผู้มีพระคุณทุกท่าน
ได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพพระพุทธเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเข้า
สู่พระนิพพานด้วยเทอญ

( หากเราไม่ขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิครูบาอาจารย์ที่เราล่วงเกิน จะเป็นการ

ปิดกั้นการฝึกพระกรรมฐาน )

ขึ้นคำสมาทานพระกรรมฐาน





คำสมาทานพระกรรมฐานแบบย่อ

( นำ ) หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมิเสฯ
( รับ ) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัว ตุมหากัง ปริจัจชามิ


คำสมาทานพระกรรมฐานแบบยาว
โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม
สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง
สะสังฆัง อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง
ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธังคะภะวันตัง อภิวาเทมิ ( กราบ )
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ ( กราบ )
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ ( กราบ )

สมาทานพระกรรมฐาน
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปริจัจชามิ

ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ขอบมอบกายถวายชีวิตแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาบารมี พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์
พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรมและพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย
ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกันมา มีหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค
และหลวงพ่อพระราชพรหมยานวัดท่าซุงเป็นที่สุด

ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่สภาวะพระกรรมฐานทั้ง ๔๐ ทัศ
พระปีติทั้ง ๕ และวิปัสสนาญานทั้ง ๙ ขอพระกรรมฐานทั้ง ๔๐ ทัศ
พระปติทั้ง ๕ และวิปัสสนาญานทั้ง ๙ จงบังเกิิดปรากฏในกายทวาร
ในวจีทวาร ในมโนทวาร ของข้าพพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดนี้เดี๋ยวนี้เถิด

ญานใด อันเป็นผลของสมถภาวนา ญานทั้งหลายเหล่านี้มีทิพยจักขุญาณ
จุตูปปาตญาณ เจโตปริยญาน ปุเพนิวาสานุสติญาณ อตีตังสญาณ
อานาคตังสญาน ปัจจุบันนังสญาณ และยถากัมมุตาญาณ
ขอญานทั้งหลายเหล่านี้ จงบังเกิดในกายทวาร ในวจีทวาร
ในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่สภาวะแห่งเมฆจิต
สามารถกำหนดจิต รู้ภาวะการณ์ต่างๆ ทั้งเหตุ ผล
อดีต อนาคต ปัจจุบัน ได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้
เมื่อรู้แล้ว ขอให้เห็นภาพนั้น ได้ชัดเจนแจ่มใส
และพยากรณ์ได้ ตามความเป็นจริงทุกประการ
เหตุใดที่พึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้น
ได้โดยมิต้องกำหนดจิตแม้แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

( การสมาทานพระกรรมฐานจะช่วยให้เรารู้แจ้งเห็นจริง และปฏิบัติได้เร็วขึ้น )


ขั้นตอนการรับพลังแสงทิพย์




            
วิธีปฏิบัติ

 ให้อธิฐานจิตขอแสงทิพย์อริยทรัพย์มาคลุมกาย
ของตนเอง โดยอาราธนาพระสมเด็จองค์ปฐมบรมธรรมบิดา
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์
พระอริยเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย รวมทั้งครูบาอาจารย์
ทั้งหลาย ที่สั่งสมบุญบารมี ตั้งแต่อดีตชาติ จนถึง ปัจจุบันชาติ


โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์โต หลวงปู่เสาร์ พระอาจารย์มั่น
หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
หลวงปู่แหวน หลวงปู่ศุขพระอาจารย์ฝั้น ครูบาศรีวิชัย
หลวงพ่อเงิน หลวงปู่เทสก์ รวมท่านพระเกจิอาจารย์ทั้งหลาย
ทั้งที่ได้เอ่ยนามและไม่ได้เอ่ยนาม เป็นต้น
โปรดมาประทับในจิตวิญญาณของข้าพเจ้า เพื่อนำทางให้
ข้าพเจ้าเจริญด้วยทางโลกและทางธรรมในการปฏิบัติธรรมในครั้งนี้

คำบริกรรมภาวนา


 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
( ๓ จบ )
นะมะ พะธะ นะโม พุทธายะ ( ๓ จบ)



* ผู้รับแสงทิพย์อริยทรัพย์ ให้ผู้ปฏิบัติเพ่งภาพองค์
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นพระประธานในโต๊ะหมู่บูชาที่บ้าน
หากไม่มีให้เพ่งภาพขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้


*โดยให้จิตน้อมนำถึงพระพุทธองค์เป็นหลัก
*ให้นึกถึงองค์สมเด็จองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิ์
มาประทับสถิตย์อยู่ที่ระหว่างคิ้วทั้งสองของข้าพเจ้า
ขอให้เป็นพระในดวงแก้วสว่างไสวอยู่ตรงดวงตา
ที่สามของข้าพเจ้า

* ให้นึกถึงพระพุทธเจ้าสมณโคดมองค์ปัจจุบัน
มาประทับที่ทรวงอกหรือลิ้นปี่ของข้าพเจ้า


* พร้อมบริกรรมภาวนา*
หายใจเข้า " นะโม พุทธายะ "
หายใจออก " ยะธา พุทโมนะ "


นะโม พุทธายะ เป็นคาถาเปิดจิตเพื่อรับแสงทิพย์อริยทรัพย์
เป็นประธานพระคาถา เป็นพระนามโดยย่อขององค์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์ จึงมีพุทธานุภาพ

และความศักดิสิทธิ์สูงสุด ในการรับแสงทิพย์อริยทรัพย์

มีคุณสมบัติวิเศษ ๓ ประการ คือ รักษาโรคภัยไข้เจ็บในกายได้
ป้องกันกำจัดสิ่งชั่วร้ายจากภายนอกได้ เช่น ภูต ปีศาจ และวิญญาณร้ายต่างๆ










รวมถึงคุณไสย และมนต์ดำ และมีอาสวักขยณาณ
( จักรเพชรพระพุทธเจ้า ) กำจัดตัดกิเลสในใจของมนุษย์ได้

เมื่อแสงทิพย์เข้ามาในร่างกาย จิตของผู้ที่ได้รับแสงทิพย์
จะมีความรู้สึกเบาสบายจนรู้สึกได้ ผู้ที่รับแสงทิพย์จะสามารถ

รับได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับศีล ๕ ที่ปฏิบัติอยู่ การรับแสงทิพย์
อริยทรัพย์นั้น จะทำให้ปฏิบัติมโนยิทธิได้เร็วขึ้น 

 











2 ความคิดเห็น:

Kwanpat Arnutphongchai กล่าวว่า...

ขั้นตอนการฝึกพระกรรมฐาน

Raweewan Thaparreenun กล่าวว่า...

การกราบไหว้ครูบาอาจารย์ หรือ จัดยกครู
ต้องทำทุกครั้งที่นั่งกรรมฐานไหมค่ะ
หรือแค่ครั้งเดียว

ทุกวันนี้ก่อนนั่งสมาธิก้อจะ สมาทานศีล นมัสการพระรัตนตรัย ขอขมาพระรัตนตรัย
แล้วก้อกล่าวคำขอกรรมฐานเลย ไม่ได้มีการยกขันธ์เหมือนผู้เขียนกล่าว จะเป็นอะไรไหมค่ะ