วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประสบการณ์จากการรับแสงทิพย์อริยทรัพย์ฝึกมโนยิทธิ
จากการปฏิบัติของข้าพเจ้า ในด้านการรับพลังแสงทิพย์อริยทรัพย์
และอัญเชิญพระพุทธองค์เข้าในกายนั้น ตอนที่ข้าพเจ้าปฏิบัตินั้น

องค์พระประธานในบ้านที่โต๊ะหมู่บูชา องค์พระพุทธรูป พระวรกายกาย
ขององค์ท่าน จะมีรัศมีของแสงเป็นดั่งสีเหลืองทอง

สว่างไสวเรืองรองแผ่กระจายออกมาทั่วบริเวณห้องของข้าพเจ้า
พร้อมกันนั้นมีลักษณะเป็นหมอกควันสีขาวทั่วบริเวณห้องของข้าพเจ้าเช่นกัน
ขณะที่ข้าพเจ้าบริกรรมพระคาถานั้น ก็ปรากฏมีความรู้สึกขนลุกซู่ทั่วบริเวณ
ร่างกายของข้าพเจ้า พร้อมกันนั้นข้าพเจ้ารู้สึกถึงแสงขององค์ท่านสว่างไสว
และเจิดจ้ามากขึ้น พร้อมกันนั้น ข้าพเจ้าก็รู้สึกเกิดอาการปีติ และน้ำตาไหล

ออกมา จากดวงตาทั้ง ๒ ข้าง

โดยข้าพเจ้า ไม่ทราบสาเหตุ ว่าเป็นเพราะอะไร ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเกิดความ
สงสัยขึ้นในใจ จึงปฏิบัติดังนี้ ซึ่งข้าพเจ้าเคยนึกว่า พระประธานในห้องผ่าน
การปลุกเสกมาแล้ว ย่อมทำให้เกิดอาการดังกล่าว จึงลองพิสูจน์อีกครั้ง
จากการจับภาพนิ่ง ที่เป็นภาพขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่พระพุทธรูป
ว่าเป็นฉะนั้นด้วยหรือไม่ เพื่อตอบคำถามในใจ ในการรับแสงทิพย์อริยทรัพย์

ก็ปรากฏว่า ภาพนั้น ซึ่งเป็นภาพสองมิติ ก็มีลักษณะนูนขึ้นเป็นภาพ
สามมิติ พร้อมกับเห็นแสงสว่างไสว เป็นแสงเหลืองทองส่องไปทั่ว

บริเวณห้อง และเกิดหมอกควันสีขาว


เกิดปีตีและมีอาการน้ำตาไหล จากดวงตาทั้งคู่ด้วยเช่นกัน จากเหตุผล
ดังกล่าวที่ข้าพเจ้า ได้ปฏิบัติมาแล้วนั้น ทำให้ข้าพเจ้ายิ่งมั่นใจ ในพุทธคุณ
และสิ่งศักดิสิทธินั้นมากยิ่งขึ้น ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
ดังนั้นข้าพเจ้า
จึงเชื่อเรื่องการรับพลังแสงทิพย์อริยทรัพย์ ของพระพุทธองค์จากการปฏิบัติ
ด้วยความศรัทธาและคลายความ สงสัยในใจที่เกิดขึ้นนั้น จากการปฏิบัติ
จริงดังกล่าว


หลังจากที่ข้าพเจ้าเริ่มทำการฝึกสมาธิ แบบมโนยิทธิ อยู่มาวันหนึ่ง
ข้าพเจ้าก็นึกประหลาดใจยิ่งนัก เพราะว่าบังเอิญมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
เวลากลางวัน มิใช่เวลากลางคืน ก็ปรากฏว่าเห็นภาพบนท้องฟ้าเหมือน
มีลักษณะเหมือนดาวประกายพรึกเล็กๆ เต็มไปหมดๆ พร้อมทั้งเห็นลักษณะ
เหมือนกระพริบกันอยู่ ไม่อยู่นิ่ง บางครั้งก็มีลักษณะเหมือนอะตอมเล็กๆ
วิ่งชนกันในท้องฟ้า ซึ่งถ้าเพ่งด้วยจิตก็จะเห็นชัดมากขึ้น บางทีเห็นเหมือน
ลำแสง วิ่งเข้าไปในท้องฟ้า ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น
มาจากการปฏิบัติสมาธิ ทำให้เห็นลักษณะท้องฟ้าเป็นเช่นนั้น ถ้าเปรียบเทียบ
ในแง่วิทยาศาสตร์ ที่เคยศึกษาเล่าเรียนมาในอดีต เมื่อยังเด็ก บนท้องฟ้า
น่าจะมีประจุอะตอมของไฟฟ้าวิ่งชนกันอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดแสงกระพริบ
มากมายในท้องฟ้า และอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแสงที่ปรากฏบนท้องฟ้า
ตามความคิดของข้าพเจ้า

















ต่อมาไม่นาน ข้าพเจ้าพบว่าเมื่อพระอาทิตย์แสงส่องผ่านมา
ยังดวงตาของข้าพเจ้าก็ปรากฏเป็นแสงกระจายออก

จากดวงอาทิตย์ เป็นลักษณะดังภาพ แต่มีเหมือนสีของรุ้ง ๗ สี
ม่วง คราม น้ำเงิน เหลือง เขียว แสด แดง เป็นรัศมีแฉกๆ
ออกจากดวงพระอาทิตย์

ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็เป็นเช่นนั้น เพราะทุกสีที่รวมกัน
จะกลายเป็นแสงสีขาวของพระอาทิตย์ในเวลากลางวัน
ทำให้ข้าพเจ้า เริ่มมีความคิดมั่นใจยิ่งขึ้น ว่าผลปรากฏการณ์
ที่ข้าพเจ้าเห็นนั้น ล้วนแต่มาจากการปฏิบัติสมาธิด้วยกันทั้งสิ้น


เพราะเมื่อก่อน ข้าพเจ้าเองก็ไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้
แต่ภายหลังจากการปฎิบัติดังกล่าวทำให้ข้าพเจ้า

ได้พบกับสิ่งเหล่านี้จึงหวังว่า ประสบการณ์ของข้าพเจ้า
จะเป็นวิทยาทานแก่ผู้ปฏิบัติมือใหม่ทุกท่านอย่าง เช่นข้าพเจ้า
ให้หันมาปฏิบัติธรรมสืบต่อไป 
 





จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มมองเห็นสิ่งแปลกๆ ขึ้นมาบ้าง
โดยที่ข้าพเจ้ามิอาจทราบได้เหมือนกันว่าสิ่งนั้นคืออะไร บางครั้งเมื่อจิต
ของข้าพเจ้าเป็นสมาธิในเวลาที่ลืมตา ข้าพเจ้าก็เห็นบางสิ่งบางอย่าง
เป็นภาพลักษณะเหมือนสีใสขาวโปร่งแสง บางครั้งลักษณะเหมือนเส้น
บางครั้งหัวออกลักษณะมลๆ มีหางคล้ายลูกอ๊อด บางครั้งก็มีลักษณะ
เหมือนกลมอย่างเดียว มีนิวเครียสตรงกลางวงกลม ลอยไปลอยมา
บนอากาศที่ข้าพเจ้าเห็น ลอยไปลอยมารอบๆ ตัวข้าพเจ้า
ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ ภาพดังกล่าวนี้


หลังจากนั้นข้าพเจ้า ก็ได้เดินทางไปเที่ยวที่วัดท่าซุง
กับการท่องเที่ยวของขสมก.ไหว้พระ ๙ วัด
ได้สักการะสมเด็จองค์ปฐม และไหว้หลวงพ่อ
จากนั้นไม่นานข้าพเจ้าก็แปลกใจ เมื่ออยู่มาวันหนึ่ง
ที่ข้าพเจ้าได้รับพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จองค์ปฐม ๒ องค์เล็ก
จากพระอาจารย์ท่านหนึ่ง มาให้บูชาองค์ท่าน ข้าพเจ้าปลาบปลื้มใจยิ่งนัก
ซึ่งเดิมข้าพเจ้าก็สวดแต่คาถาบูชาสมเด็จองค์ปฐม ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้บูชาท่าน

หลังจากนั้น ไม่นานข้าพเจ้าก็ได้รับสมเด็จองค์ปฐมขนาดใหญ่มาก
จากท่านกัลยานิมิตรที่ไม่ออกนาน องค์ใหญ่มาก ๑ องค์ข้าพเจ้าดีใจมาก
คิดว่าคงจะเป็นปฏิหารย์ของท่านที่เสด็จมาโปรดข้าพเจ้า
ภายหลังจากนั้น
พี่สาวของข้าพเจ้าได้มาที่บ้านและได้ขอแบ่งบูชา ๑ องค์
ข้าพเจ้าจึงแบ่งให้เขาไปสักการะบูชา แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกอีก
หลังจากนั้นไม่นานท่านก็เสด็จมาให้ใหม่อีก ๑ องค์จากพระอาจารย์อีกท่าน
คราวนี้องค์ใหญ่กว่าที่แบ่งให้พี่สาวไปบูชา ข้าพเจ้าคิดว่าคงจะเป็นปฏิหารย์
ของคนที่ได้ทำการบูชาและนับถือสมเด็จองค์ปฐมเป็นแน่แท้
รวมถึงการเสด็จขององค์ท่านด้วยที่ทำให้ข้าพเจ้าได้บูชาท่าน
เกี่ยวกับเรื่องชานหมากของหลวงพ่อพระฤาษีลิงดำ และพระบรมสารีริกธาตุ
สมเด็จองค์ปฐม ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ข้าพเจ้าแปลกใจยิ่งนัก
ข้่าพเจ้าจึงคิดว่าทุกท่านคงสามารถสัมผัสท่านได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เป็นแน่แท้หากเราปฏิบัติจริง คงได้พบท่านมาโปรดผู้ปฏิบัติ
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง สำหรับผู้ปฏิบัติทุกท่าน

คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: สมเด็จองค์ปฐม.jpg
Views: 126
Size: 77.7 KB
ID: 1397991 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: 01032011046.jpg
Views: 178
Size: 91.7 KB
ID: 1397988
  คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: 01032011048.jpg
Views: 148
Size: 86.9 KB
ID: 1397989   คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: 02032011070.jpg
Views: 156
Size: 77.1 KB
ID: 1397990  

1 ความคิดเห็น:

Kwanpat Arnutphongchai กล่าวว่า...

ผู้ที่ต้องการฝึกพลังแสงทิพย์