วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การฝึกสมาธิทำให้พบสิ่งศักดิสิทธิ์จากนิมิตและการเสด็จประทับทรง

เริ่มจากที่พี่สาวของข้าพเจ้าฝันว่าเขาเห็นผลึกสีเขียวมรกตมาปรากฏ
และไม่แน่ใจว่าได้รับมาจากใคร  มันสามารถขยายขนาดได้
ในความฝันก็มีข้าพเจ้าร่วมอยู่ด้วย พี่สาวบอกกับข้าพเจ้าว่าจะแบ่งองค์ท่าน
ไปให้คนอื่นบูชา  พี่สาวเธอเข้าใจว่าข้าพเจ้ามีองค์พระบรมฯสัณฐานสีเขียว
ดั่งมรกต  แล้วเธอก็โทรมาหาถามว่ากับข้าพเจ้ามีองค์ท่านหรือไม่

ข้าพเจ้าตอบกลับเธอว่า   ข้าพเจ้าไม่มีพระบรมสารีริกธาตุสันฐานสีเขียว
เพราะข้าพเจ้าไม่มีสัณฐานนี้แน่นอน โดยปกติสัณฐานนี้ก็หายากเหมือนกัน
จากนั้นอีกสองวันต่อมาข้าพเจ้าก็นิมิตฝันว่า เราเห็นพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง
ท่านนั่งในถ้าทรงญาณสมาธิในถ้ำไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร แล้วเราก็สะดุ้งตื่น
ลุกเข้าห้องน้ำ อเดินกลับมานอนต่อก็นิมิตฝันแบบนี้อีกครั้ง

หลังจากนั้นก็เห็นองค์พญานาค พระพักตร์ของท่านเหมือนองค์พญานาค
ตามทางเดินขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ  พระเนตรของท่านมีสีแดงกล่ำ 
สักพักก็เห็นองค์เทพผู้หญิงอินเดียห่มผ้าสาหลีสีแดง ข้าพเจ้าเอง
ก็ไม่แน่ใจว่าองค์ท่านเป็นใคร ว่าเป็นพระแม่ลักษมีหรือพระแม่อุมาเทวี
ข้าพเจ้าเองก็เหมือนกลึ่งหลับกลึ่งตื่นทำท่าทางเหมือนรำถวายองค์เทพ

อะไรทำนองนั้น   แล้วเราก็สะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้งหลังจากนั้น

พี่สาวก็โทรมาถามว่าข้าพเจ้าอีกครั้งว่า  ข้าพเจ้ามีองค์พระบรมสารีริกธาตุ
หรือไม่ในสันฐานดังกล่าว   พี่สาวถามว่าองค์พระบรมฯเสด็จมาหรือไม่
ข้าพเจ้าบอกว่าข้าพเจ้าไม่มี    แต่ข้าพเจ้าเกิดความสงสัยว่าที่เป็นผลึก

เหมือนอัญมณีสีเขียวอาจจะเป็นพลอยพญานาคหรือเพชรพญานาคก็ได้

จึงเข้าไปหาความรู้ในเว็บต่างๆ  เพื่อหาความรู้พบว่าสีเหมือนมรกต
มีพลอยพญานาคท่านมี ๙  สี แต่ล่ะสีมีความหมายไม่เหมือนกัน
แล้วแต่ผู้ทรงญาณในระดับต่างๆ แต่ล่ะสีก็เปรียบเหมือนแต่ล่ะวรรณะ
แต่ผู้ที่ได้ครอบครองแล้วแต่ผู้มีบุญหรือทรงญานเท่านั้น
ข้าพเจ้ารู้ว่าปกติไม่มีผู้ใดรแจกพลอยพญานาคให้ฟรี  เพราะในวงการ

วัตถุมงคลแร่ธาตุกายสิทธิ์   ส่วนใหญ่จะทำการให้เช่าบูชายกเว้น
แต่ใครบังเอิญไปพบเกจิอาจารย์ที่ท่านมีอยู่แล้วมีบุญร่วมกันนำมาให้บูชา

ข้าพเจ้าจึงตอบพี่สาวไปว่าข้าพเจ้าไม่มีเพราะมีราคาสูงเหมือนกันแล้ว
สีที่เขานิมิตก็หายากเช่นกัน  มีอยู่ ๒ สี คือสีเขียวมรกตกับสีฟ้าหรือสีคราม

สีเขียว  มีความหมายเปรียบเหมือนผู้ปฎิบัติชั้นพรหม นักปฏิบัติที่ดีและมีบารมี
สีฟ้า     มีความหมายเปรียบเหมือนวรรณะกษัตริย์ผู้ได้ครอบครองคิดว่า
น่าที่จะต้องมีฐานะดี  ตามประวัติของเพชรพลอยพญานาค 

ซึ่งข้าพเจ้าได้ทำการค้นคว้าอ่านในเว็บต่างๆ  แต่ด้วยความข้าพเจ้าได้
เหล็กไหลเพลิงมาจากเพื่อนกัลยานิมิตในเว็บพลังจิต  ทำให้ข้าพเจ้าเลย
ศึกษาความรู้ด้านเหล็กไหลเพลิง  ทำให้ทราบว่าเหล็กไหลเพลิงเป็นเหล็กไหล
ชนิดหนึ่ง  ซึ่งเหล็กไหลมีด้วยการหลากหลายแบบ   มีหลายสีหลายแบบ
เหล็กไหลเกิดจากพระเกจิอาจารย์หรือภิกษุสงฆ์ท่านที่ไปปฎิบัติทรงญานแล้ว
ถึงระดับสูงแล้วเมื่อท่านคิดจะละสังขารก็จะถอดกายทิพย์หรือจิตวิญญาณ
ของท่านอยู่ที่ถ้ำที่ท่านปฏิบัติเลยกายเป็นเหล็กไหลเหล็กไหล

แต่ละสีเกิดจากผู้ทรงญานแต่ละระดับไม่เท่ากันและจะมีองค์อริยเทพ
หรือเทวดาอารักษ์แต่ละที่ไม่เหมือนกันเพราะพวกท่านชอบผู้ที่ปฎิบัติเลย
ต้องพิทักษ์รักษาหินเหล็กไหล ดังนั้นแต่ล่ะสีจึงมีเทวดาอารักษ์ไม่เหมือนกัน 
ข้าพเจ้าเลยนำเหล็กไหลมาดูก็พบว่าเป็นสีน้ำตาลแดงเข้ม  ซึ่งข้าพเจ้า
เคยอ่านพบว่าจะมีองค์พระนาคาพญานาคพิทักษ์รักษาเหล็กไหลชนิดนี้  
ทำให้ข้าพเจ้าก็เข้าใจว่าที่ฝันนิมิตนั้นคือองค์พญานาคท่านนั่นเอง

แต่พี่สาวข้าพเจ้านิมิตข้าพเจ้ายังไม่ค่อยเข้าใจต่อมามีอยู่วันหนึ่ง
ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าพี่ชายและพี่สะใภ้ของข้าพเจ้าอยากมาที่ห้องพัก
ของข้าพเจ้า   วันนั้นพี่สาวก็มาด้วย   มาค้างตั้งแต่วันเสาร์ พวกเรานัดกัน
ว่าจะไปเดินห้างกันวันอาทิตย์  แต่เรากับมีความรู้สึกว่าพี่ชายอยากมา
ที่ห้องพักของข้าพเจ้าก่อน  ข้าพเจ้าก็เลยโทรไปถามพวกเขา
เขาก็ตอบว่าใช่พวกเขาอยากแวะมาที่ห้องของข้าพเจ้าก่อน 
อยากชมบารมีองค์พระบรสารีริกธาตุที่ห้องของข้าพเจ้าก่อน
ข้าพเจ้าก็ตอบตกลงกับพี่ชายไป

ส่วนพี่สาวเธอก็เอาธาตุกายสิทธิ์ชนิดหนึ่งมาฝาก
เธอบอกว่าได้จากพระภิกษุรูปหนึ่งเขาเรียกว่าคตหินหอย
มีสรรพคุณ เรียกทรัพย์ได้  พี่สาวบอกว่าให้ลองนำธาตุกายสิทธิ์ชนิดนี้

วางไว้บนมือข้างซ้ายแล้วรับสัมผัสว่าเรารู้สึกอย่างไร  ข้าพเจ้าก็ลองตาม
ที่บอกแล้ว เหมือนพบว่าจะดิ้นได้เองในมือสักพักก็เหมือนโดนไฟฟ้าดูดนิดๆ
กระตุกเข้าเส้นที่แขนข้างซ้าย แล้วค่อยๆวิ่งเข้าไปในแขนถึงขั้วหัวใจ
พอสัมผัสไปสักพักก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้น หลังจากนั้นตอนสายพี่ชายของ

ข้าพเจ้ากับพี่สะใภ้พวกเขาก็มาที่ห้องพัก

ปรากฎว่าพี่สาวให้เขาทั้งสองทดสอบดูเช่นกัน ตอนแรกที่พวกเขา
เข้ามาในห้องพักของข้าพเจ้า  เขาบอกว่าได้กลิ่นน้ำอบไทยหอมอบอวล
ถามว่าฉีดน้ำหอมอะไรหรือเปล่า ข้าพเจ้าบอกว่าเปล่าฉีดน้ำหอม
พี่สาวเขาก็ได้กลิ่นตอนกลางคืนวันเสาร์เขาก็มีถาม
ข้าพเจ้าก็บอกว่า ข้าพจ้าได้กลิ่นมาสองสามวันแล้ว 
แต่ก็ค่อยไม่แน่ใจเห็นแฟนบอกว่าข้าพจ้าคิดมาก เราก็บอกว่าหน้า
จะเป็นกลิ่นขององค์พระบรมฯ หรือไม่ก็กลิ่นขององค์เทพ
ตอนนั้นพี่สาวเราเขาก็ขนลุกเหมือนกัน
พี่ชายกับพี่สะใภ้เรา พวกเขาก็รับสัมผัสได้ในวันอาทิตย์เช่นกัน
ก็ขนลุกเหมือนกัน  พอถึงตอนข้าพเจ้าอัญเชิญองค์พระบรมฯ
เสด็จลงมาให้ชมกันนั้น  แต่ยังไม่ได้ทำการเปิดผอบ ซักพักพี่สะใภ้
ก็เกิดอาการน้ำตาไหลไม่ยอมหยุด  พี่ชายถามพี่สะใภ้ว่า
" ถึงกับร้องให้เลยหรือเว่อร์ไปหรือเปล่า " หลังจากนั้น 
ข้าพเจ้าก็เปิดให้พวกเขาชมบารมีขององค์พระบรมฯ
ข้าพเจ้ามีอยู่สันฐานหนึ่งที่หายากแต่ไม่ได้เขียนอะไรกำกับไว้
เพราะคนที่ให้มาท่านบอกไว้ว่า สันฐานนี้หายากมาก
พี่ชายของข้าพเจ้าก็ดูทุกองค์แล้วอยู่ดีดีเขาก็บอกว่า
สัณฐานนี้เหมือนโลหิตจริงที่ยังไม่ได้แปรสภาพข้าพเจ้า
ก็เลยบอกว่าใช่หายากด้วยคนที่ให้มา เขาก็บอกมาอย่างนั้น

หลังจากที่เราชมบารมีท่านกันเสร็จแล้ว อยู่ดีๆ พี่ชายก็เกิดอาการขึ้น
กับตัวเองตาแดงกล่ำเสียงสั่นเครือ แล้วบอกว่ามีความรู้สึกอยากบูชา
องค์ท่านมากๆๆๆๆ  เราเริ่มรับรู้ได้ว่าท่านจะเสด็จไปด้วยต้องการแบ่ง
ให้เขาบูชาเพื่อเข้าใจในพระพุทธศาสนาและต้องการให้เขาเจริญใน
ทางธรรมและการปฏิบัติ

ปกติพี่ชายของข้าพเจ้าเขาไม่เคยสวดมนต์เลย   ข้าพเจ้าเลยบอกว่า
ถ้าฉันแบ่งให้บูชา   เธอต้องหมั่นปฏิบัติดีชอบสวดมนต์ภาวนา
สัญญาได้ไหมกับองค์ท่าน เหมือนท่านต้องการให้ข้าพเจ้า 
บอกเขาแบบนี้สักพักข้าพเจ้าเองก็ขนลุกทั่วตัว พร้อมกับที่จะยื่น
ให้เขาบูชา เหมือนท่านรับทราบในขณะนั้น พี่ชายเขาก็รับปาก
ข้าพเจ้าถามพี่ชาย คุณรู้สึกอย่างไร

พี่ชายก็บอกว่า บอกไม่ถูกเหมือนกัน มันมีความรู้สึกปลาบปลื้มตื้นตัน
ขึ้นมาเฉยๆๆๆ  เขาไม่ได้อยากร้องไห้ในขณะนั้น แต่เขากับมีอาการ
อยากร้องไห้เองรวมถึงอาการสั่นขนลุกทั่วตัว แล้วก็มีความรู้สึกว่า
มีแรงพลักดันอะไรบางอย่าง ให้เขาต้องเอ่ยปากขอองค์กับท่าน 
เพื่อไปสักการะบูชา ดังนั้นข้าพเจ้า จึงต้องแบ่งองค์พระบรมฯ
ท่านเสด็จไปให้พี่ชายของข้าพเจ้า ได้ทำการสักการะบูชาองค์ท่าน

หลังจากนั้นพี่สาวของข้าพเจ้าได้นำคตหินหอย  มาให้พี่สะใภ้
สัมผัสบ้าง  ก็ปรากฏว่าเธอหลับตาเห็นเหมือนถ้ำหินขนาดใหญ่
เธอบอกว่าเห็นภาพเหล่านั้น  ทำให้ข้าพเจ้าเกิดคิดขึ้นมาว่า
อยากให้เธอลองสัมผัสเหล็กไหลบ้าง เพราะอาจจะบอกอะไร
ได้บ้างดังนั้น  จึงนำเหล็กไหลมาให้เธอสัมผัส ครั้งแรกเธอสัมผัส
เหล็กไหลเพลิงบอกว่าร้อนมาก  ข้าพเจ้าใส่ไป ๑ องค์

เธอตั้งสติใหม่  และลองให้วางในฝ่ามือเธอใหม่  เธอหลับตา
คราวนี้ข้าพเจ้าลองใหม่ใส่ไป ประมาณ ๓ - ๔ องค์
ก็เลยปรากฏภาพให้เธอเห็นในนิมิตเธอ บอกว่าเธอเห็นชายหนุ่ม
รูปงามใส่ชุดสีเขียว  มีหญิงสาว ยืนข้างอีก ๒ ท่าน  ที่อยู่นั้น
เหมือนเป็นถ้้ำมีหินสีเขียวเป็นผลึกเต็มไปหมด  พวกเราถามว่า
ชายหนุ่มนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร  ซักพักเธอบอกว่าชายหนุ่มนั้น
พระพักตร์เปลี่ยนไปกลายเป็นเศียรพญานาค ลูกนัยตาแดงกล่ำ
เหมือนเศียรพญานาคเหมือนบันได้ทางเดินพระธาตุดอยสุเทพ
ซักพักเธอก็หมดสติลง  ก้มหน้าลงและเงยหน้าหลับตาทำมือ
เป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างน้ำเสียงก็เปลี่ยนไป

และสักพักพี่สะใภ้ เธอก็ตัวสั่นน้ำเสียงเธอ เปลี่ยนไปการพูดจากเดิม
เหมือนผู้ชายหนักแน่นมีพลังเธอบอกว่าของดีนะ ให้บูชาให้ดีเรา
เลยถามว่าบูชาอย่างไรค่ะ

เธอบอกว่าบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน พวกเราถามว่าต้องถวายอะไร

ท่านหรือไม่   เธอตอบว่าไม่ต้อง แล้วก็ดุเรา บอกว่าดอกไม้ธูปเทียนก็พอ
ตอนแรกข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับบูชาธาตุกายสิทธิ์
หรือเหล็กไหลเพลิง  แต่ก็คิดว่าถ้าเป็นเหล็กไหลเพลิงคงจะร้อน

และกลัวว่าถ้าบูชาไม่ดีอาจจะเกิดอัคคีภัย ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ก็เลยบูชาองค์ท่านไว้ใกล้กับองค์พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อให้ท่านดูแล
รักษาบ้านเรือนของข้าพเจ้า  เพราะคิดว่าหน้าจะถูกต้อง แต่สุดท้ายมัน
ก็ไม่ถูกต้อง เพราะบารมีขององค์ท่าน ยังไม่เท่ากับองค์พระสัมมา
สัมพุทธเจ้า บรมศาสดาทางพุทธศาสนาเพราะฉะนั้นต้องแยกองค์ท่าน
ออกจากองค์พระบรมฯจากการสอนสั่งขององค์พญานาคราช

พี่สาวข้าพเจ้าถามองค์ท่านว่า ต้องบูชาธูปกี่ดอกท่านบอกว่า ธูป ๕ ดอก
แล้วก็บอกว่าให้แยกองค์ท่าน ออกจากบริเวณ องค์พระบรมสารีริกธาตุ
เราก็ถามว่าแยกอย่างไรค่ะ ท่านก็บอกว่าจะตั้งโต๊ะบูชาใหม่ก็ได้
พวกเราทุกคนต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ได้ทันตั้งตัว

องค์ท่านบอกบูชาให้ดี อยากขออะไรก็ให้ขอ แต่อย่าให้โกรธ
พี่สาวเราถามต่อไปว่า " อย่าให้ใครโกรธหรือค่ะ "

ท่านก็บอกว่า " ทั้งองค์ท่านและข้าพเจ้ามิฉะนั้นก็เสียหายวิบักได้ "
พวกเราทุกคน ก็กลัวเหมือนกันซักพักพี่สะใภ้ ก็สลบก้มหน้าลง
พวกเราต่างช่วยกันเช็คหน้าให้เธอ สักพักท่านก็ประทับใหม่

และบอกให้เราหมั่นสวดมนต์ภาวนา ปฎิบัติธรรมทำไว้แล้วจะดี
ตอนหลังองค์ท่านถึงเสด็จกลับ  คิดว่าเป็นปฏิหาร์ยครั้งแรกในชีวิต

ของพวกเราซึ่งทุกคนต่างก็ได้พบเห็นกับตาของตัวเองด้วยตาเนื้อ
มิใช่ตาทิพย์  หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น ข้าพเจ้าก็เลยตั้งโต๊ะบูชาให้องค์ท่าน
เพื่อเสด็จประทับนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา

เราทุกคน ก็เลยตอบโจทย์ได้ว่า ที่เรารู้สึกเหมือนท่านอยู่ใกล้เรา
ท่านอยู่กับเราจริง มิใช่เป็นเพียงแค่นิมิตหรือคิดไปเอง
โดยที่เราเองให้พีสะใภ้เป็นสื่อในการรับรู้กับองค์ท่าน
เพราะคิดว่าที่เรานิมิต ท่านคงจะต้องการสื่ออะไรบางอย่างกับเรา

และพวกเราก็รู้คำตอบจากองค์ท่านพญานาค
รวมถึงพุทธานุภาพขององค์พระบรมสารีริกธาตุ
สิ่งศักดิสิทธิและปฏิหาร์ยที่เกิดขึ้นกับตนเอง



ดังนั้นทำให้ข้าพเจ้าหาข้อสรุปได้ดังนี้


นิมิตของพี่สาวคือผลึกถ้ำขององค์ท่าน
พระนาคาที่เรานิมิตอยู่ในเหล็กไหลเพลิง
นั้นคือคำตอบทั้งหมด

สีเขียวมรกตเป็นผลึกก็คือถ้ำขององค์ท่าน
ส่วนที่ข้าพเจ้าฝันนิมิตองค์พญานาค
ก็คือท่านพิทักษ์เหล็กไหลเพลิง

ครูบาอาจารย์ในถ้ำคงปฎิบัติธรรม
สร้างสมบุญบารมีในถ้ำนั้น และละสังขารอยู่ถ้ำนั้น

แต่ที่ข้าพเจ้ายังมีเรื่อง สงสัยองค์ที่ประทับในตัวพี่สะใภ้อีก
องค์ท่านเป็นใคร เราไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร

แต่ข้าพเจ้าสงสัยว่าอาจเป็นองค์เทพ ท่านน่าจะเป็นเทพผู้หญิง
ไม่ใช่พระแม่ลักษมี ก็อาจจะต้องเป็นพระแม่อุมา

แต่เราก็ไม่กล้าหาคำตอบ เพราะพวกเราไม่กล้าถามกับพี่สะใก้ต่ออีก
กลัวเธอจะเป็นอันตราย เพราะยังไม่ได้รับขันธ์หรือครอบครู
จากครูบาอาจารย์ จึงต้องมองคุณค่าของชีวิตเป็นสำคัญ




                   เหล็กไหลเพลิง       

 

                        คตหินหอย





 

1 ความคิดเห็น:

Kwanpat Arnutphongchai กล่าวว่า...

ประสพการณ์สิ่งศักดิสิทธิ์